Philips Hue เปิดตลาดหลอดไฟอัจฉริยะ เปลี่ยนสี เปลี่ยนอารมณ์แสง ควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่น

เปิดตัวหลอดไฟอัจฉริยะ Philips Hue “ฟิลิปส์ ฮิว” ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์แสงส่องสว่างที่สามารถเปลี่ยนเฉดสีได้มากกว่า 16 ล้านสี พร้อมการควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่นทั้งบนระบบ iOS และ Android และการควบคุมผ่านเสียง (Voice control) โดยสามารถใช้งานร่วมกับ Smart speaker หลายรุ่น อาทิ Google Home, Amazon Echo, Apple Homepod, Cortana Speaker และ DingDong Speaker ปรับอารมณ์ของแต่ละห้องในบ้านให้สนุกสนาน หรืออบอุ่นผ่อนคลายได้ตามต้องการ ด้วยการเลือกโทนสีของแสงจากหลอดไฟ Philips Hue ได้อย่างอิสระ มีลูกเล่นสำหรับการปรับแต่งโทนสีให้สนุกสนานเปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะเพลง เนรมิตให้กลายเป็นห้องสำหรับงานปาร์ตี้ หรือปรับโทนแสงให้เข้ากับฉากในภาพยนตร์ หรือคลิปวีดีโอโดยอัตโนมัติ ยกระดับความบันเทิงในบ้านให้สนุกกว่าที่เคย คุณ เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านแสงสว่าง ที่มีเป้าหมายหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน เราเล็งเห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคสมัยนี้ โดยนอกจากที่ผู้คนส่วนใหญ่จะมีไลฟ์สไตล์ที่ผูกติดอยู่กับสมาร์ทโฟนแล้ว เทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานระหว่างสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวันผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ “Internet

Read More

แอพน้องใหม่ ‘เวโร่’ นำเสนอความแตกต่างจาก ‘อินสตาแกรม’

แอพแชร์รูปน้องใหม่ Vero กำลังมาแรง ด้วยการนำเสนอความแตกต่างจาก Instagram Vero ซึ่งมีผู้ก่อตั้งเป็นเศรษฐีพันล้าน Ayman Hariri ลูกชายอดีตนายกรัฐมนตรี Rafic Hariri ของเลบานอน เริ่มต้นบริการเมื่อ 3 ปีก่อน ยอดผู้ใช้พุ่งขึ้นจากไม่ถึง 2 แสนคนเมื่อเดือนที่แล้ว มาอยู่ที่เกือบ 3 ล้านคนต้นเดือนนี้ เนื่องจากความนิยมแบบปากต่อปาก โดยเริ่มจากกลุ่มที่นิยมแต่งตัวล้อเลียนตัวละคร หรือ cosplay ความแตกต่างหลักๆ ของ Vero จาก Instagram คือการที่ผู้ใช้สามารถตั้งระบบความเป็นส่วนตัวได้อย่างเฉพาะเจาะจงตามรูปที่โพสต์ แทนที่จะเป็นทั้งบัญชีผู้ใช้อย่าง Instagram นอกจากนั้น Vero แสดงรูปของคนในกลุ่มเพื่อนตามเวลาก่อนหลัง ส่วน Instagram ใช้ซอฟแวร์ประมวลผลในการแสดงโพสต์                              

Read More

ใครงามเลิศในปฐพี!? “กระจกอัจฉริยะ” ผู้ช่วยใหม่ของธุรกิจมีหน้าร้าน

ระหว่างที่หลายคนอาจจะสนุกสนานกับการถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอ ที่สามารถตกแต่งภาพด้วยตัวการ์ตูนในสื่อสังคมออนไลน์กันอยู่นี้ มีหลายธุรกิจที่ใช้ความคลั่งไคล้การเซลฟี่ มาเรียกเงินจากกระเป๋าคุณได้ ผ่าน กระจกอัจฉริยะ หรือ Smart Mirror ปีเตอร์ จอห์นสัน ผู้บริหาร FaceCake บริษัทเทคโนโลยีด้านการตลาด สาธิตการใช้ทดลองสวมใส่ต่างหูเสมือนจริงผ่านแอพพลิเคชั่น Dangle ให้ลูกค้าทดลองสวมใส่ต่างหูเสมือนจริง โดยบอกว่า virtual try-on หรือ การทดลองสินค้าเสมือนจริง จะใช้เทคโนโลยีเสริมจริง หรือ Augmented Reality พร้อมกับระบบจดจำใบหน้า และแอพพลิเคชั่น โดยใช้กล้องและหน้าจอคอมพิวเตอร์และแทปเล็ตทำหน้าที่เหมือนกระจก ที่แสดงภาพใบหน้าของลูกค้าที่อยากจะทดลองสินค้า โดยอาศัยแอพพลิเคชั่นต่างๆ เข้าช่วย อย่างเช่น แอพพลิเคชั่น Dangle ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถลองต่างหูที่มีอยู่ในร้านได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องเอาของจริงออกมา และยังลองสวมใส่พร้อมกันได้ พร้อมให้ความรู้สึกที่สมจริงเหมือนกำลังสวมใส่ต่างหูอยู่จริงๆ โดยเห็นภาพลูกค้าที่ทดลองใส่ผ่านหน้าจอ ข้อดีสำหรับการทดลองสินค้าเสมือนจริง คือ ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าได้ทุกประเภทอย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีความปลอดภัย เพราะไม่ต้องเอาสินค้าจริงออกมาทดลอง นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการขายในสินค้าประเภทอื่นได้ด้วย เช่น การจับคู่ต่างหูกับเครื่องแต่งกายสไตล์ต่างๆ เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายได้อีกทางหนึ่ง หรือในกรณีของสินค้าเครื่องสำอางค์ กระจกอัจฉริยะ MeMoMi ช่วยตอบโจทย์ง่ายๆ เวลาเข้าร้านเครื่องสำอาง ว่ารองพื้นสีไหนที่ตรงกับผิว หรือลิปสติกสีไหนที่ตรงใจเรา

Read More

Apple ปรับรูปแบบโลโก้ MFi ใหม่ ให้มีความเข้าใจง่ายมากขึ้น

Apple ได้ปรับเปลี่ยนโลโก้ MFi เป็นรูปแบบใหม่ที่สื่อความหมายได้ชัดเจนมากขึ้น โดยจะให้เวลา 90 วัน กับทางผู้ผลิตในการปรับเปลี่ยนแพ็คเกจของสินค้าให้เป็นโลโก้แบบใหม่ มาตรฐาน  MFi ย่อมาจาก Made for iPhone/iPod/iPad เป็นเครื่องหมายที่ใช้ยืนยันว่าสินค้าดังกล่าวสามารถใช้งานร่วมกับ iPhone, iPad หรือ iPod ได้อย่างไม่มีปัญหา โดย Apple เริ่มต้นมาตรฐานนี้มาตั้งแต่ปี 2005 โลโก้ MFi แบบเก่านั้นจะมีการระบุว่าใช้ได้กับ iPhone, iPad และ iPod เพียงแบบเดียว แต่ด้วยปัจจุบันที่สินค้าในแต่ละกลุ่มมีความหลากหลายมากขึ้น Apple จึงได้แยก MFi ออกเป็นสามกลุ่มแทนแล้ว คือ ใช้ได้กับ iDevices ทุกชนิด กับใช้ได้กับ iDevices แค่บางชนิดเท่านั้น โลโก้ MFi แบบเก่า โลโก้ MFi แบบใหม่ จากภาพจะเห็นได้ว่า โลโก้ MFi แบบใหม่ มีความเปลี่ยนแปลง 3 ส่วนใหญ่ๆ

Read More

LIGHT PHONE 2 สมาร์ทโฟนรุ่นสานต่อของคนไม่ง้อโซเชี่ยล

ข่าวไอทีอัพเดทวงการเทคโนโลยีของเราในวันนี้มีมาฝากกันอีกแล้วครับ ข่าวคราวและข้อมลทีน่าสนใจยังคงมีมาให้ได้ติดตามกันอยู่ตลอดเช่นเคย ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วเคยมีเรื่องฮือฮาเมื่อมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มีชื่อว่า Light Phone  ที่มาพร้อมกับความแตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไปคือ มันทำได้แค่เพียงโทรออกและรับสายเท่านั้น ไม่สามารถใช้งานด้านอื่นๆ รวมถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ ไม่สามารถออนไลน์ได้แต่อย่างใด ความแปลกนี้ทำให้มันได้รับความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่เบื่อโซเชี่ยล นั่นทำให้ผู้พัฒนาส่งรุ่นสานต่ออย่าง Light Phone 2  ออกมาอีกครั้งในปีนี้   Light Phone 2 ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมเอาไว้คือสามารถโทรออกและรับสายได้ ตัดขาดจากโซเชี่ยล 100% แต่ในรุ่นนี้ได้รับการอัพเกรดให้สามารถ เป็นนาฬิกาปลุก มีแผนที่ ส่งข้อความได้ ฟังเพลงได้ และรองรับเครือข่าย 4G LTE  ส่วนสเปกนั้นมีดังนี้ครับ หน้าจอแบบสัมผัส E-Ink ขุมพลัง ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8909W, แรมขนาด 1 GB ความจุภายใน  8 GB มีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C แบตเตอรี่ขนาด  500 mAh  ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 5 ชั่วโมง และสแตนบายได้นาน 5 วัน รันด้วยระบบปฏิบัติการ LightOS สำหรับสมาร์ทโฟนสุดแนวนี้เป็นโปรเจ็คระดมเงินทุนบนเว็บไซต์ indiegogo และยอดนั้นก็ทะลุเป้าไปไกลมากแล้ว ราคาในช่วงระดมทุนของ Light

Read More

พบ HDD แบบ SSD ความจุ 1 TB ราคาถูก เริ่มต้น 7,200 บาท

มาแล้ว HDD แบบ SSD ความจุ 1TB ในราคาที่เป็นเจ้าของได้   ข่าวดีสำหรับคอเกม PC และผู้ที่อยากอัพเกรดความจุให้ PC เพราะมีผู้พบว่าทางเว็บ Amazon และ Newegg ได้เปิดราคา HDD แบบ SSD ที่มีราคาถูกลงกว่าเดิมมาก โดย SSD จากค่าย SanDisk Ultra 3D NAND SATA III SSD ความจุ 1 TB จะมีราคาเพียง 230 เหรียญ หรือประมาณ 7,200 บาทเท่านั้น (กดซื้อได้ที่ Amazon ) โดย SanDisk Ultra 3D NAND SATA III SSD 1TB ราคาปรกติจะอยู่ที่ประมาณ 400 เหรียญ โดยจะใช้การเชื่อมต่อกับ PC แบบมาตรฐานขนาด

Read More

Google อาจจะเปลี่ยนชื่อ Android Wear เป็น Wear OS แทน

Android Wear อาจถึงเวลาเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ หลังจากมีโพสต์บนเว็บไซต์ Reddit โดยผู้ใช้รายหนึ่งที่ระบุว่า ระหว่างการ Setup นาฬิกา Android Wear ที่ไม่ระบุรุ่น เขาก็ได้พบกับไอคอนใหม่ พร้อมชื่อระบบปฏิบัติการที่ไม่คุ้นเคย

apple ติดอันดับ 1 Brands โดนใจชาว Millennials ประจำปี 2018 ส่วน Nintendo ก็ติดอันดับด้วย

  เรียกว่ายังคงครองใจชาวไอที สำหรับค่าย apple ที่ล่าสุดการจัด 10 อันดับ Brands โดนใจ ของกลุ่มคน Millennials หรือกลุ่มคนที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี โดยในปีนี้ค่าย apple ติดอันดับ 1 ตามด้วยค่ายหนัง ดิสนีย์ ส่วน Youtube ขึ้นมาติดอันดับ 3 ส่วนแวดวงเกมมี 2 Brands ดังคือ Nintendo ที่ติดอันดับ 6 และ Xbox ที่ติดอันดับ 8 อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงการสำรวจคนเพียงกลุ่มเดียว เพราะสังเกตได้ว่าในอันดับยังขาด Brands ดังๆอยู่ โดยผลสำรวจนี้จะจัดอันดับจาก 54,000 Brands และสำรวจประชากรจำนวน 6,000 คน (เฉพาะกลุ่ม Millennials) 10 อันดับ Brands ของคนรักไอที ประจำปี 2018 1 apple 2 Disney

Read More

Google Maps เตรียมเพิ่มฟีเจอร์แชร์สถานะแบตเตอรี่พร้อมพิกัด ให้คนที่บ้านรู้ว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดหรือยัง

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 Android Police ได้พบโค้ดเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ในแอปฯ Google Maps 9.71 Beta ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวจะให้ผู้ใช้สามารถแชร์สถานะแบตเตอรี่พร้อมกับพิกัดได้ โดยฟีเจอร์นี้มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น แชร์ให้คนที่บ้านรู้ว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดแล้ว เพื่อที่คนที่รออยู่ที่บ้านจะได้คำนวณว่าแบตเตอรี่น่าจะเหลือพอจนกลับถึงบ้านไหม นอกจากนี้ก็ยังพบฟีเจอร์อื่น ๆ อีก อย่างการแชร์การเดินทางด้วยรถสาธารณะให้เพื่อนดูว่าอีกนานเท่าไรกว่าจะถึงจุดที่นัดหมาย ซึ่งคาดว่าฟีเจอร์เหล่านี้น่าจะเปิดให้ได้ใช้กันจริง ๆ ในเร็ว ๆ นี้ ที่มา : engadget

อดีตเด็กฝึกงานของ Apple ทำ Source code ของ iOS หลุดบน GitHub

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า Source code ของระบบปฏิบัติการ iOS หลุดบนไป GitHub แต่รายงานข่าวล่าสุดจากเว็บไซต์ Motherboard ระบุว่าโค้ดที่หลุดดังกล่าว มาจากอดีตเด็กฝึกงานของ Apple เอง รายงานของ Motherboard ยังระบุว่าพนักงานฝึกงานคนดังกล่าวได้แจกจ่ายโค้ดที่ขโมยมานี้ไปยังกลุ่มเพื่อนจำนวน 5 คน ในชุมชนผู้ที่ Jailbreak iOS เพื่อสนับสนุนความพยายามในการแก้ไขระบบปฏิบัติการที่ปิดล็อกอยู่ ข้อมูลนี้มาจากบุคคลที่ได้รับ Source code นี้หลายคน ซึ่งรวมถึงได้รับโค้ดที่หลุดออกมาเพิ่มเติมจากการหลุดครั้งแรก แม้จะมีการวางแผนเป็นอย่างดีว่าโค้ดจะไม่หลุดออกจากกลุ่มเพื่อนจำนวน 5 คนดังกล่าว แต่กลับปรากฎว่า ในที่สุดโค้ดก็หลุดออกไปอย่างกว้างขวางเมื่อปีที่แล้ว และในที่สุดก็ไปถึงเว็บไซต์ Reddit เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว (แม้ว่าโพสต์ดังกล่าวจะถูกลบโดย Bot อัตโนมัติก็ตาม) แต่แล้วมันก็กลับมาปรากฎตัวอีกครั้งบน GitHub ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แม้ Apple จะสั่งให้ GitHub ลบโค้ดดังกล่าวแล้ว แต่เว็บไซต์ Motherboard ได้รายงานเพิ่มเติมว่า Apple ก็มีท่าทีว่าได้วางแผนรับมือกับการหลุดของโค้ดชุดดังกล่าวเอาไว้ ซึ่งรวมถึงการออกแถลงการณ์ว่าโค้ดดังกล่าวมีอายุกว่าสามปีแล้ว

Read More