รีวิว Zenfone Max Plus สมาร์ทโฟนราคาถูก แบตอึด มาพร้อมหน้าจอสัดส่วน 18:9

แชร์ข้อมูลสู่สังคมออนไลน์

ปีที่แล้วเทรนด์หน้าจอสมาร์ทโฟน 18:9 ถือว่ามาแรงมาก ตั้งแต่ระดับเรือธงลงมาจนถึงระดับกลางๆ จนเริ่มมาแตะระดับกลางล่างแล้ว อย่าง Zenfone Max Plus (M1) ที่เพิ่งเปิดตัวกลางเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรุ่นย่อยของ Zenfone Max ที่เน้นเรื่องแบตเตอรี่ พร้อมหน้าจอ FullVIew สัดส่วน 18:9 ตามเทรนด์

alt="Zenfone"

ตัวเครื่อง

Zenfone Max Plus (M1) เป็นรุ่นแรกที่ ASUS ทำหน้าจอสัดส่วน 18:9 โดยขนาดอยู่ที่ 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD สีอาจไม่สดใสเท่ารุ่นที่ราคาสูงกว่านี้นัก ดีไซน์ตัวเครื่องไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ขนาดพอดีมือ แต่ได้หน้าจอที่ใหญ่สะใจ บอดี้อลูมิเนียมค่อนข้างสวย

alt="Zenfone"

ด้านบนเป็นกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล

alt="Zenfone"

ด้านล่างตัดเอาเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ด้านหลังและไปใช้ Navigation Bar บนหน้าจอแทน

alt="ZF"

กล้องด้านหลังเป็นเลนส์คู่ 16 ล้านและ 8 ล้าน โดยเลนส์หนึ่งเป็นเลนส์ไวด์

alt="ZF"

alt="ZF"

พอร์ทด้านล่างยังคงเป็น microUSB และลำโพง

alt="ZF"

ด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.และไมค์ตัดเสียงรบกวน

alt="ZF"

ช่องใส่ซิมเป็นแบบ 3 slot สามารถใส่ได้สองซิมและ microSD ได้พร้อมๆ กัน

alt="ZF"

การใช้งานทั่วไป

M1 รันด้วยชิปเซ็ต MediaTek MT6750T แรม 4GB รันด้วยแอนดรอยด์ 7.1 ครอบด้วย ZenUI 4.0 ทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานคงไม่หวือหว่าเท่ารุ่นกลางๆ หรือเรือธง ภาพรวมใช้งานพอถูไถไปได้ เฟซบุ๊กเลื่อนเร็วๆ เจอวิดีโอบนฟีด หรือไลน์เยอะๆ ก็มีหน่วงอยู่เหมือนกัน

เช่นเดียวกันการเล่นเกมทั่วไปไม่มีปัญหา แต่หากเป็นเกมกราฟิคหนักๆ อาจต้องตั้งค่าให้การแสดงผลอยู่ที่ระดับกลางหรือต่ำเพื่อให้ตัวเกมยังคงลื่นอยู่ ขณะที่ลำโพงของรุ่นนี้ค่อนข้างดัง เปิดเพลงทิ้งไว้กลางห้องได้เลย เพียงแต่คุณภาพอาจไม่ได้ดีมากมาย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

alt="ZF"

แบตเตอรี่ถือว่าเป็นจุดเด่นหลักของรุ่นนี้ก็ว่าได้ ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,130 mAh ใช้งานหนักทั้งวันได้สบายๆ โดยนอกจากตัวแบตเตอรี่แล้ว M1 ยังมีแอป Power Master มาให้ในเครื่องสำหรับปรับแต่งการจัดการแบตเตอรี่ให้ยืดหยุ่นและอิสระมากขึ้น อย่างง่ายทีสุดคือปรับโหมดการใช้งานแบตเตอรี่จาก Normal มาเป็น Power Saving คือตัวเครื่องจะตัดการเชื่อมต่อต่างๆ ลงไปเมื่อเครื่องอยู่ในสถานะ Sleep ซึ่งก็ช่วยให้การใช้งานในวันที่ 2 อยู่ได้อีกทั้งวัน ไปจนถึงการจัดการแอปเบื้องหลังต่างๆ

alt="Screenshot_20180129-140057"alt="Screenshot_20180131-124947"

ASUS ยังแถม OTG Cable มาให้สำหรับการ Reverse Charging ปล่อยไฟจาก M1 ให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นด้วย

alt="IMG_0485"

ที่สำคัญ รุ่นนี้ ASUS ชูเป็นจุดขายเล็กๆ ว่าสามารถปลดล็อคด้วยใบหน้าได้ อย่างไรก็ตามระบบการตรวจจับและจดจำใบหน้าบนแอนดรอยด์ยังไม่ใช่การแมพหน้าแบบ 3 มิติเหมือน iPhone X ดังนั้นการปลดล็อคด้วยใบหน้าอาจจะยังไม่สามารถใช้งานได้จริงมากนัก โดยเฉพาะเรื่องความแม่นยำและความปลอดภัย เพราะการใช้ฟีเจอร์นี้บน M1 จะค่อนข้างช้าอยู่บ้าง เมื่อใช้งานในที่แสงน้อยและถึงแม้จะมีแสงพอ ก็ยังมีได้บ้างไม่ได้บ้าง รวมถึงสามารถใช้รูปถ่ายปลดล็อคแทนได้ด้วย

ขณะเดียวกันการปลดล็อคด้วยใบหน้าจะต้องกดปุ่มล็อคหน้าเจอก่อน ซึ่งทำให้ไม่สามารถกดเปิดหน้าจอเพื่อดูการแจ้งเตือนได้ เพราะเมื่อตัวเครื่องเจอใบหน้าเราจะปลดล็อคให้ทันที

กล้อง

ด้วยราคาค่าตัวค่ำหมื่น เรื่องกล้องคงไม่หวังอะไรมากหรือจะเอาไปคาดหวังว่าจะดีแบบราคาหมื่นอัพก็คงจะไม่แฟร์นัก โดยภาพถ่ายกลางแจ้งอาจจะรู้สึกแตกๆ และไม่คมไปบ้าง แต่ก็ไม่แย่ในราคาระดับนี้ ส่วนการถ่ายภาพแสงน้อย คลื่นรบกวนหรือน๊อยส์มาง่ายมากเมื่อแสงเริ่มไม่พอ

alt="ZF"เลนส์ธรรมดา

alt="ZF"เลนส์ไวด์

alt="ZF"

alt="ZF"

alt="ZF"

alt="ZF"

alt="ZF"

สรุป

อาจตอบโจทย์คนที่อยากได้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องสำรองหรือมีงบจำกัดด้วยราคา 6,990 บาท และไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้เครื่องแรงๆ แต่อยากใช้งานได้นานๆ

ข้อดี

  • แบตอึดใช้งานหนักแค่ไหน อย่างน้อยๆ ก็อยู่ได้ 1 วัน สามารถใช้งานเป็นแบตสำรองได้
  • ถาดใส่ซิมรองรับการใส่สองซิมพร้อม microSD ได้พร้อมๆ กัน

ข้อเสีย

  • เครื่องไม่แรง ไม่ตอบโจทย์คนเล่นเกมหนักๆ อาจต้องปรับกราฟิคลง
  • ฟีเจอร์ปลดล็อคหน้าจอไม่สามารถใช้งานได้จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *